
ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีและมอบเกียรติบัตรแก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการการสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและชนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs (GMT By DIPROM)) ร่วมด้วย นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีภาครัฐ-เอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ บุหงา ชั้น 3 โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันการค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพสินค้าไปสู่การแข่งขันด้าน “มาตรฐาน” และ “ความน่าเชื่อถือของกระบวนการผลิต” ทำให้ผู้ประกอบการต้องแสดงให้เห็นถึงระบบการผลิตที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะเป็น “แต้มต่อ” สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ไทย ที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และการพัฒนาระบบการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ตลาดโลกให้การยอมรับ ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและชนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs (GMT By DIPROM)) เพื่อเป็นมาตรฐานการผลิตที่เหมาะสมกับบริบทของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ช่วยให้สถานประกอบการสามารถประเมินศักยภาพของตนเอง ยกระดับการบริหารจัดการ และกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นระบบ พร้อมวางรากฐานในการต่อยอดสู่มาตรฐานระดับประเทศและสากล อันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การประเมิน GMT SMEs ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ การบริหารองค์กร การจัดการกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศพร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับ ผู้ประกอบการจะได้รับการประเมินศักยภาพ ข้อเสนอแนะ และแผนพัฒนา พร้อมติดตามผลก่อนขยายโครงการทั่วประเทศ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม การเข้าถึงแหล่งทุน และการขยายตลาด เพื่อเตรียมความพร้อมรับกติกาการค้าโลกใหม่

ด้านนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า GMT SMEs” By DIPROM จะช่วยเปลี่ยนศักยภาพของ SMEs ไทย ให้เป็นมาตรฐานและหลักฐานที่คู่ค้าเชื่อถือได้ โดยเมื่อเชื่อมโยงกับโครงการ Made in Thailand (MiT) จะยิ่งสร้างความได้เปรียบให้ผู้ประกอบการที่ผลิต ลงทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยจริง พร้อมลดความเหลื่อมล้ำจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและสนับสนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น.
