ผู้แทนสถานพยาบาลรัฐและเอกชน พร้อมรับมาตรฐาน HA ฉบับที่ 6 ฉบับใหม่ และฉบับแรกของโลก ด้าน UHosNet ชมรมรพศ./รพท. ชมรมผอ.รพ.ชุมชนฯ และสมาคมรพ.เอกชน เห็นด้วยการเปลี่ยนแปลงทบทวนมาตรฐานทุก 4 ปี “ประธานยูฮอสเน็ต” รับได้หากเปลี่ยนตรงปลีกย่อย ไม่ใช่แก่นหลัก ส่วน“ชมรม รพศ./รพท.” ชี้ภาระงานยังล้น แม้อยากทำมาตรฐาน แต่คนเริ่มเหนื่อย ขณะที่ รพ.ชุมชน ขอ สรพ.เป็นกัลยาณมิตร คอยช่วยเหลือ หากเป็นไปได้ห่วงค่าใช้จ่ายการตรวจคุณภาพ หลายรพ.ติดลบเงินบำรุง ด้าน สรพ. ชี้มีมาตรการช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายเหลือ 30%

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2569 ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 10-13 มี.ค.2569 มีการเสวนา The Future Accreditation with News HA Standards : มาตรฐาน HA ฉบับใหม่ กับการรับรองคุณภาพแห่งอนาคต โดยมี ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ประธานคณะกรรมการอำนวยการ UHosNet , พญ.ภาวิณี เอี่ยมจันทร์ ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ./รพท.) , นพ.ปวิตร วณิชชานนท์ ประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย และนพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน โดยมี พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน) หรือ สรพ. เป็นผู้ดำเนินรายการ

พญ.ปิยวรรณ กล่าวว่า วันนี้เราเชิญผู้แทนโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน มาเพื่อร่วมหารือการเตรียมพร้อมการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลในอนาคต ด้วยมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (HA) ฉบับที่ 6 ซึ่งเป็นฉบับใหม่ และเป็นฉบับแรกของโลก ที่จะเริ่มใช้ในเดือน ต.ค.2569 นี้ โดยมาตรฐาน HA ฉบับใหม่ แก่นหลักยังเหมือนเดิม แต่มีปลีกย่อยเพิ่มเติม ยกตัวอย่าง มาตรฐานเดิมจะมีแนวทางปฏิบัติว่า ต้องการอะไรบ้าง กระบวนการเป็นอย่างไร และต้องทำให้ครบ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ผ่าน แต่ในอนาคตอันใกล้จะเปลี่ยนไป โดยจะมองเป้าหมายที่ตั้งไว้ ว่า รพ.มีกระบวนการออกแบบอย่างไร เพื่อให้ได้เป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ เน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
พญ.ปิยวรรณ กล่าวว่า ทิศทางการรับรองคุณภาพจะสร้างการเรียนรู้เชิงระบบ และการรับรองคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการแต่ละโรงพยาบาล การให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการประเมิน แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักประเด็นเดียว การประเมินจะมองภาพรวมทั้งระบบ ดังนั้น เวทีนี้จะเป็นอีกช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นว่า โรงพยาบาลคิดอย่างไร และมีแนวทางต่อมาตรฐานใหม่อย่างไรบ้าง เช่น การพัฒนามาตรฐาน โดยมีการเปลี่ยนแปลงทบทวนทุก 4 ปี การพัฒนามาตรฐานยึดตามแนวทางสากล เป็นต้น

พญ.ภาวิณี เอี่ยมจันทร์ ประธานชมรม รพศ./รพท. กล่าวว่า เมื่อพูดถึงมาตรฐานใหม่ที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์โลก โดยเน้นผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ จริงๆ ควรเป็นแบบนี้มานาน แต่การที่จะได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดี ต้องมีกระบวนการดี แต่ปัญหารพศ.รพท.คือ ภาระงานล้น เมื่อมีปัญหา คนที่จะมานั่งคิดว่า วันๆทำงานบริการ และเอามาวิเคราะห์ เพื่อมาปรับกระบวนการเพื่อให้ผลลัพธ์ดีขึ้น ตรงนี้จะมีปัญหา เพราะแค่ทุ่มกับหน้างานก็เหนื่อยแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังมีโอกาส เพราะมีเทคโนโลยี AI มาช่วยบางอย่างในการประเด็นที่เราจะต้องพัฒนาได้ดีขึ้น

ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ประธาน UHosNet กล่าวว่า จริงๆ มาตรฐานต่างๆที่กล่าวถึงนั้น เป็นเรื่องของปัจจุบันที่ทำกันอยู่ หากเปรียบเทียบสมัยทำ HA ใหม่ๆ ก็เหมือนเด็กที่เติบโต มีพ่อแม่ดูแลจัดสรรให้หมด เรียกว่าเรามีกรอบเพื่อช่วยให้เติบโต แต่วันนี้เมื่อเด็กเริ่มโต พ่อแม่ไม่ได้อยู่กับเราตลอด เด็กจะเริ่มดูตัวเอง ดูกระจก นี่คือเทรนด์ใหม่ ให้รพ.ได้ดูตัวเอง ฝึกตัวเอง ดังนั้น ครั้งนี้จึงท้าทายในการยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย หากอิงตามธีม Compassionate คือ ต้องไปที่จิตวิญญาณจริงๆ และต้องพัฒนาตนเองทำงานกับ AI แต่เราต้องดูบริบทของ รพ. ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละแห่ง แต่เป้าหมายเดียวกัน

นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า จริงๆ ระบบของเราไม่ได้เปลี่ยน เพราะมีการพัฒนามาตลอด อย่างแรกเริ่มตั้งแต่ 20 กว่าปีก่อน เซ็ตขึ้นมาว่า ขั้นที่ 1 ทำอะไร ไม่มีระบบให้เห็นชัด จนมาขั้น 2 และเมื่อมีระบบแล้วก็มาดูว่า ทำเต็มที่หรือไม่ก็เป็นขั้น 3 ตอนนี้ก็ขั้น 4 เป็น HA Plus มุ่งไปสู่ผลลัพธ์อย่างชัดเจน ดังนั้น ระบบของเราไม่ได้เปลี่ยน เพราะเมื่อไร่ที่ทำตรงนี้และทำได้ดี อย่างบางเรื่องไม่รู้ แต่ไม่รู้ ทำงานทุกวันไม่เห็น จึงต้องให้คนข้างนอกมาดู เพื่อสะท้อนว่าต้องปรับแก้หรือพัฒนาอย่างไร เพื่อให้เห็นจุดอ่อน จะทำให้รพ.ต่างๆพัฒนาขึ้นได้ เพราะรพ.แต่ละระดับพัฒนาไม่เท่ากัน แต่ทำให้เห็นว่า ข้างหน้าจะก้าวไปอย่างไร
ด้าน นพ.ปวิตร วณิชชานนท์ ประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรงพยาบาลชุมชน ค่อนข้างใหม่กับมาตรฐาน HA ยิ่งกับฉบับใหม่แล้ว แต่ส่วนตนเห็นด้วยเรื่องนี้ แต่ต้องบอกว่า รพ.ชุมชนกว่า 757 แห่ง คิดว่าโปรเสจ ยังสำคัญกับการจัดเลเวล เพราะ รพ.ชุมชน มีขนาดไม่เท่ากัน การจัดระดับจึงแตกต่าง ขณะนี้มี 3 ระดับ จึงควรต้องจัดเลเวลด้วย ที่สำคัญยังเป็นเรื่องกำลังใจว่า ขอให้ได้ขั้นนี้ก่อน ให้เป็นระดับๆไป ส่วนเรื่องการไปถึงเป้าหมายให้ได้นั้น จำเป็นต้องมีการติดต่อกันตลอดเวลาไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง คำว่า กัลยาณมิตร จึงเป็นสิ่งสำคัญ
พญ.ปิยวรรณ กล่าวย้ำว่า การทำมาตรฐาน คือต้องการให้สถานพยาบาลออกแบบเอง แต่ออกแบบอย่างเป็นระบบ ซึ่ง HA เป็นเครื่องมือในการออกแบบระบบ ไม่ได้ใช้สำหรับการเช็คว่า ทำแล้วหรือยัง ซึ่งมาตรฐานนี้ผ่านการรับรองโดยสมาคมระหว่างประเทศเพื่อคุณภาพในการดูแลสุขภาพ (ISQua EEA) อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรฐาน HA ใหม่ หนึ่งในนั้นจะมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานให้ทันสมัยทุก 4 ปี เพื่อสอดคล้องกับความรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป และการใช้ระบบ AI หรือ Digital Care ดูแลสุขภาวะบุคลากร มองเรื่องนี้เป็นอย่างไร ทั้งนี้ ผู้แทนทั้งรพ.รัฐและเอกชน ต่างเห็นด้วย โดย นพ.ปวิตร กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะมีการอัปเดตทุก 4 ปี เพราะทุกอย่างต้องปรับเปลี่ยนเสมอ ส่วนมาตรฐานใหม่ที่จะเริ่มเดือน ต.ค.นี้ พวกเราก็ต้องดำเนินการ
ด้าน พญ.ภาวิณี กล่าวว่า มาตรฐานเปลี่ยนทุก 4 ปีดีหรือไม่ ก็ต้องย้อนกลับไปว่า พวกเราทำงานในรพศ.รพท. จริงๆ ต้องบอกว่าไม่สำคัญว่าจะเปลี่ยนมาตรฐานไปกี่ครั้ง แต่อยู่ที่คนใน รพ.ได้เอาหัวใจของมาตรฐานมาพัฒนาคุณภาพหรือไม่ ตอบตรงๆ ว่า มีไม่ถึงครึ่ง หัวใจสำคัญของมาตรฐานไม่ว่ากี่ฉบับ ไม่ได้เปลี่ยน แต่การออกแบบวันนี้ เรากำลังทำงานสิ่งที่รุ่นพี่ได้ออกแบบมาก่อน แต่งานยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงนัก อย่างเอาระบบจ่ายยาอัตโนมัติ หรือเอา AI มาใช้เรื่องข้อมูล แต่การเขียนกระดาษยังมี ก็ยังเหนื่อย “ดังนั้น เราต้องทบทวนระบบ เหมือนของเก่าทำมา 20 กว่าปีไม่ใช่ไม่ดี แต่เราต้องปรับตัว” ประธานชมรม รพศ./รพท.กล่าว

ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า การเปลี่ยนทุก 4 ปี ในเรื่องเล็กๆพอได้ แต่หากเปลี่ยนเรื่องใหญ่อันนี้เป็นไปไม่ได้ แต่เข้าใจว่า เมเจอร์ไม่เปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ใน 3 หัวข้อสำคัญ หลายอย่างก็ถูกต้อง แต่เมื่อกลับไปดูที่รพ. เวลามีอะไรเข้ามา จะพบว่า หากจะทำเราจะลุยเต็มที่ แต่อย่างอื่นยังต้องทำอยู่ ทำให้หลังแอ่นกันหมด อย่างการเพิ่มอะไรเข้ามา ต้องมีเป็นเฟสๆ ต้องดูบริบทแต่ละที่ด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้ดิจิทัล เป็นสิ่งที่หลายส่วนก็อยากได้ แต่ปัจจัยงบประมาณก็เป็นเรื่องสำคัญ
พญ.ปิยวรรณ กล่าวย้ำว่า มาตรฐาน HA ฉบับใหม่ ตัวโครงร่างแก่นหลักของมาตรฐานไม่ได้เปลี่ยน เรื่องที่เพิ่มเข้ามา มีการบูรณาอยู่แล้ว ส่วนระบบการดูแลผู้ป่วยโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รพ.ไหนไม่ใช่เทคโนโลยีในการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ จะไม่เข้าข่ายมาตรฐาน ดังนั้น ต้องออกแบบอย่างเป็นระบบ และหากใช้ AI ก็ต้องออกแบบอย่างเป็นระบบ จัดทำแผน มีตัววัดผลติดตาม หากเกิดเหตุอะไรต้องแก้ไขอย่างไร เป็นต้น การออกแบบระบบต้องคำนึงถึงคน ผู้นำ และผลลัพธ์
ด้าน นพ.ปวิตร กล่าวว่า ในส่วนของผู้เยี่ยมสำรวจ ขอให้มีความเป็นกัลยาณมิตร และหากเป็นไปได้ค่าใช้จ่ายการสำรวจ อาจลดลงบ้าง หรือสรพ.มีงบสนับสนุนจะดีมาก อย่างรพ.ชุมชน หลายแห่งเงินบำรุงติดลบเยอะ รพ.จังหวัดก็เช่นกัน พญ.ปิยวรรณ ย้ำว่า จริงๆ สรพ.มีมาตรการดูแล รพ.ติดลบทางการเงินระดับ 5 ระดับ 6 และระดับ 7 ลดค่าใช้จ่ายเหลือ 30% ลดไปถึง 70%
